updateชีวิตหลังปิดเทอม

ตอนนี้มีหลักๆเลยก็ 3อย่างแหละ
 
1.ช่วงนี้บ้าทำอาหารมากกกกกกกกกกถึงมากที่สุด ส่วนใหญ่ หน้าตาไม่เอาไหนเลย แต่รสชาติดีทุกอันนะ คนกิน confirm แตงโมทำมา 3 อย่าง เกี๊ยวห่อชีส / บลูเบอรี่ชีสพาย / ยำมาม่า สนุกมากกับการทำอาหาร enjoy สุดๆ คือว่าเราไป print out สูตรจาก internet แล้วก็ไป supermarket ได้อารมณ์แม่บ้านมากๆ มีความสุขมากเลย อือ คิดว่าจะทำให้ดียิ่งๆขึ้นไปแหละน้า
 
2.ตอนนี้ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษอย่างแรง กำลังเตรียมสอบ TOEIC จะสอบภายในสิ้นปีนี้ กับ TU-GET สอบสิ้นเดือนพฤศจิกาที่ธรรมศาสตร์ให้สิทธิ์นักศึกษาสอบได้ในราคา 40 บาท อ่ะนะ ใกล้จบแล้วคงต้องรีบใช้สิทธิ์ซักหน่อย อือ แตงโมกลัวพวก ERROR กับ VOCAB ยากๆ พวก reading สบายมาก ศัพท์มันยังไม่ยากเกินไป ใช้ทักษะตั้งแต่ ม.6 เดาจากบริบทได้อ่ะ อ่ะนะ ก็นั่งอ่าน storybook ละก็ทำโน๊ตย่อ grammar ของพี่แนน enc คอร์ส ultimate grammar นั่นแหละ รู้สึกรู้เรื่องขึ้นเยอะเลย จนอยากไปเรียนคอร์ส vocab แต่งก เลยอยากดูเองไปก่อนอ่ะนะ
 
3.มุ่งมั่นกับการเข้าทำงาน SCG แตงโมคิดว่าสุดท้ายแตงโมก็ไม่น่าได้หรอกนะ แต่ก็จะพยายามให้ถึงที่สุด หลังจากยื่นทาง net ตั้งแต่ก่อนปิดเทอมไป  พอปิดเทอมวันที่ 15 วันที่ 16 ก็มี sms ให้ไป test ที่สำนักงานใหญ่บางซื่อ ตื่นเต้นมาก เข้าไปดูรายวิชาที่ต้องสอบแล้วก็รู้สึกกลัวกับภาษาอังกฤษที่สุดเลย รอบแตงโมมี 165 คน แล้วเค้าเขียนว่ารอบเช้า แสดงว่าคงมีรอบบ่ายอีก ไม่รู้คู่แข่งเยอะแค่ไหนอ่ะนะ ก็พยายามเตรียมตัวไปแหละน้า พอถึงวันจริง 20 ตุลาคม 2552 มีเวลาเตรียมตัวไม่เท่าไหร่ แถมต้องไปสอนเปียโนวันเสาร์ ติดเล่นเกม facebook ทำอาหารที่อยากทำนู่นนี่ พอวันที่ไปสอบจริงก็ตื่นสาย 7 โมง ออกจากบ้าน 7.30 เวลาที่เค้าเริ่มรายงานตัวกัน แต่โชคดีที่รถไม่ติดมากถึงห้องสอบก่อนเวลา 2 นาที ก็รีบรวบรวมสมาธิ ข้อสอบมี 3 parts
 
  •  Competency   70 ข้อ เหมือนข้อสอบแนะแนวดูนิสัย ความคิดเราว่าตรงกับองค์กรมั้ย อันนี้ก็สบายๆ ก่อนมาแตงโม print out เกี่ยวกับองค์กรมาอ่านหมดแล้ว พยายามตอบให้เป็นแนวเค้า แต่ก็ไม่ลืมว่าจิงๆเราเป็นคนยังไงอ่ะนะ
  • English 60 ข้อ มี 3 ส่วน

       – ERROR ยากมากๆ แตงโมก็ข้ามๆไปก่อนมาทำทีหลัง ตอนหลังมาทำก็พอถูไถ ใช้ความรู้ที่อ่านมา ดูที่มันแปลกๆแล้วก็กาเลยใช้ sense ล้วนๆ

       -VOCAB 5 ข้อแรกพอทำได้หลังจากนั้น ก็แปล choice ไม่ได้เลย มาทำทีหลังดูบริบท prefix suffix ไรว่าไป ลุ้นสำหรับ part นี้

       -Reading ง่ายสุดแล้วสำหรับแตงโม เป็นเรื่องที่ถนัดที่สุด ตั้งแต่ตอนสอบตรงเข้านิติ มธ. เข้ามาได้เพราะ อังกฤษเป็น reading ที่ตัวเองถนัดทั้งหมด ก็ใช้ความรู้เดิมที่มีอยู่ ความยากของศัพท์จะน้อยลงมากว่า part Vocab ก็ตอบๆไป มี 4 passages

*****หลังจากออกจากห้องคนที่เคยไปสอบtoeic เค้าบอกว่ายากกว่า toeic อีกอ่ะ  แตงโมเลยอยากไปสอบ toeic แล้ว******

  • เขียนความคิดเห็น คุณสมบัติพนักงานของ SCG เพื่อเป็นองค์กรที่ยั่งยืน/คุณจะทำอะไรให้องค์กรพัฒนาสู่ธุรกิจระดับอาเซียนได้บ้าง/คิดยังไงที่ scg ให้ความสำคัญกับทรัพยากรบุคคล อันนี้อ่านมาแล้วตั้งแต่ก่อนมาสอบ สบายๆ main หลักเป็นที่อ่านมาแล้วก็แสดงความคิดเห็นเพิ่มลงไปนู่นนี่

หลังจากนั้นก็มีสัมภาษณ์สั้นๆ 5 นาที พี่ก็ถามเรื่องทั่วไป ไม่เครียดถามเรื่องกฎหมาย case study เหมือนตอนไปสัมภาษณ์ฝึกงาน BAKER ชิวมาก รู้สึกว่าตัวเองเจนสนามขึ้น

ตอนนี้นอกจากเรื่องภาษาอังกฤษ กำลังดูเรื่องเนฯอยู่จะสั่งมาอ่านเลยดีมั้ย ละก็รอผล scg  อย่างใจจดใจจ่อ อยากไปเข้าค่ายบ้าง รอบที่เรียกมาสอบก็คัดแล้วรอบนึง นี่คัดไปเข้าค่าย 2 วัน 1 คืนที่สระบุรี เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ทุกเดือน คงต้องมีซักเดือนที่มีรายชื่อแตงโมโผล่เข้าไป เหอๆ แอบหวัง ก็นั่งรอต่อไปก่อน ระหว่างนี้ก็ fit อังกฤษเตรียมความพร้อมไปเรื่อยๆ ฝึกบุคลิกภาพ เฮ้อ แต่เดี๋ยวก็เปิดเทอมแล้วล่ะ วันพฤหัสบดีหน้า

ไปประกวด ray model search มา

 ตื่นแต่เช้า ไป central world อันนี้ 1,000 คนเหลือ200 คนแล้ว แตงโมไปตอนเกือบ 11 โมง ได้คิว 40 กว่าจะได้ขึ้นเวที บ่าย 2 ถ่าย vtr หลังลงจากเวที บ่าย 4 กินข้าวที่ FUJI อย่างอร่อย เพราะไม่ได้กินข้าวกลางวัน กว่าจะได้กลับบ้าน 1 ทุ่ม คาดว่าไม่ได้เข้ารอบ 555555555   และวันนี้มีแต่คนน่ารักๆทั้งนั้น จะคัดเหลือ 50 คนแล้ว เหอๆ ใส่ big eye ไปด้วยน้าวันนี้ แต่พอ 5 โมงก็ไม่ไหวแล้ว ถอดออก เหอๆ นั่นแหละ เมื่อยตาบ้างอะไรบ้าง เลยเป็นรูปที่เห็นตาเล็กเลย55555   เหนื่อยมากกกกกกสำหรับวันนี้
 
รูปที่ไป audition ตั้งแต่ 20-9-2009 ตลกจัง หน้าม้างี้เต่อเชียว
 
รูปวันนี้
 
 
 
 

บัตรประชาชนหาย ไปทำบัตรใหม่มา

บัตรประชาชนหายไปได้เกือบ 10 วันแล้ว ทำให้ต้องพะวงตอนใช้บัตร student card ตอนขึ้น bts กลัวไม่มีให้เค้าตรวจแล้วเค้าจะยึดบัตร และต้องเสียเวลากลับมาเอา วันนี้ว่างๆเลยถือโอกาสไปทำซะเลย เพราะ เขตอยู่ใกล้บ้านมาก รถเมล์ 1 ป้าย แตงโมเลือกขึ้นรถเมล์สีแดงซึ่งค่าโดยสารถูกสุด(ไม่ค่อยจะงกเลย) ให้ดีไปที่เขตที่เรามีทะเบียนบ้านอยู่จะดีมาก เพราะถ้าต่างท้องที่ต้องหาคนมายืนยันนู่นนี่ ดูลำบากลำบนมากเลยอ่า แตงโมไปเขตที่ใกล้บ้านล่ะนะ เดี๋ยวนี้เค้าไม่มีพักเที่ยงด้วยล่ะ
 
สิ่งที่ต้องเตรียมไป
1.สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมเซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้องด้วย 1 ฉยับ
2.รอยยิ้มและแต่งหน้าไปด้วยจาได้ไม่ซีดนะ
3.เงินค่าธรรมเนียม 20 บาท และถ้าจะเอาซองพลาสติกด้วยก็อีก 5 บาท
 
สิ่งที่ต่างไปจากการทำบัตรประชาชนจากสมัยอายุ 15 ตอนนี้ 21 แล้ว
1.ตอนนี้ต้องเดินหลาย counter 4 โต๊ะแหน่ จำได้ว่าone stop service หนิ ใบแรกที่ทำหน่ะ
2.ภาพดูสวยขึ้น ค่อยเหมือนตัวจิงหน่อย   เมื่อก่อนจำได้ว่าเพื่อนๆพูดกันว่ารูปบัตรประชาชนทุกคนมันดูไม่ได้หน่ะ เราว่ามันเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้แตงโมสามารถอวดบัตรคนอื่นได้แล้ว อย่างน้อยก็ดีกว่าใบก่อน ก็เสียดายอยู่นะที่มันหายไป ควรเก็บไว้ดูพัฒนาการมากกว่าหน่ะ ว่าหน้าแก่ขึ้นแค่ไหน
 
ตอนไปถึงไปที่ counter ประชาสัมพันธ์ กรณีแตงโมทำบัตรหายเค้าจะให้กรอกเหมือนใบแจ้งความ ยาวมากกกกกกกกหน้ากว่า เตรียมปากกาไปเองก็ดี เพื่อความรวดเร็ว รีบๆกรอกซะ เพราะเค้าจะไม่ให้บัตรคิว จนกว่าจะกรอกเสร็จ แนบสำเนาทะเบียนบ้านที่มีการรับรองสำเนาถูกต้อง แล้วไปยื่นที่เดิม เค้าจะให้บัตรคิว แตงโมว่าเขียนเสร็จเร็วแล้วนะ ต้องรออีกตั้ง 14 คิว ทั้ง process เสียเวลาไป ชม.กว่าแหน่ นั่งรอไปเรื่อยๆค่ะ ทั่วๆไปก็เร็วดีแต่คิวก่อนแตงโมนานมากกกกกกกกก เพราะมาทำต่างท้องที่ต้องมีคนมารับรอง พี่น้อง พ่อแม่ไรทำนองนี้  ก็จะโดนซักเยอะ พอถึงคิวแตงโมแป๊ปเดียวก็เสร็จ รอถ่ายรูป ต้องถอดรองเท้าด้วยจะโดนสอบอีกนิดหน่อยเรื่องที่อยู่ วันเกิด ละก็รอรับบัตร  scan นิ้วโป้ง นิ้วชี้ เสียค่าทำบัตร 20 บาท อ่ะนะ  ขากลับบ้านไม่เสียเงินเพราะเดินกลับไม่มีรถย้อนกลับบ้านอ่า แอบตื่นเต้นข้ามถนนใหญ่ ให้โตยังไงก็ยังกลัวอยู่ดีแหละนะ ละก็ถึงบ้านเรียบร้อยดีมานั่ง up นี่แหละ
 
ผลตั๋วทนายออกแล้ว  ตก ต้องสอบใหม่เฮ้อ ได้ 47 ผ่าน 50
อัตนัยได้ 31/80
ปรนัย 16/20
 
สิ่งที่รู้ว่าพลาดไป ในข้อสอบเขียน
1.คิดค่าสินไหมทดแทนผิดไป
2.ฟ้องจำเลยไม่ครบ
3.ในคำฟ้องเขียนชื่อคนเต็มเลย
 
*****สมควรไม่ผ่าน******คราวต่อไปจะผ่านให้ได้เลย แค้นนี้ต้องชำระ ^^

ปัญหาและวิธีการแก้ผมม้วน

credit : http://sumomo.exteen.com/20090411/entry

 

จากที่มุกกุรีเควสไว้เมื่อเอนทรี่ที่แล้วเกี่ยวกับเครื่องม้วนผม เราว่าเครื่องม้วนผมหลักๆมีวิธีเลือกอยู่
1 ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของเครื่อง
2 ความร้อนที่มีผลกระทบต่อเส้นผม
3 ความทนทานของเครื่อง
ที่เหลือก็ปัจจัยรองคือ ราคา(อันนี้ก็สำคัญแฮะ) ดีไซน์ และความชอบส่วนตัว
ที่ญี่ปุ่นทำออกมาโคตะระจะเยอะ ไม่รู้จะเจาะตลาดกันไปไหน แต่เราว่าตัวเครื่องก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่อ่ะ สำคัญคือฝีมือกับเทคนิคของตัวเองมากกว่าเนอะ ส่วนของไทยเนี่ยเห็นแต่ไซส์เล็กนะ เราว่าม้วนแล้วไม่สวยเลย

เอนทรี่นี้เลยจะขอเน้นไปทางเทคนิคก็แล้วกัน ไปขุดมาจนเจอ ปัญหาเกี่ยวกับการม้วนผมจ้า

คอลัมน์นี้จะมี 3 process ด้วยกันคือ
ปัญหา —> สาเหตุของปัญหา —> วิธีการแก้ไข

ปัญหาของสาวคนนี้คือ ลอนหลวมและไม่อยู่ทรง ม้วนตอนเช้า บ่ายๆลอนคลายซะแล้ว 

ต้นตอของปัญหาคือ ใช้เครื่องม้วนผมขนาด 26mm ขนาดของเครื่องม้วนผมเป็นสิ่งสำคัญมาก และดูจากในรูปจะม้วนแต่ปลายผม เป็นเรื่องที่ผิดมหันต์!!! (ยืมคำพูดของเรย์โกะซังมาใช้หน่อย 55)

วิธีแก้ของโปรในรูปคือ ใช้ลอนขนาด 30-32mm ในรูปบอกไว้ว่าลอนที่ดีที่สุดคือขนาด 30-32mm 26mm จะเล็กไป นอกจากนี้ก็ควรม้วนตั้งแต่ช่วงกลางผมลงมา ผมถึงจะพองสวย

ขั้นที่สองคือ ผมที่อยู่ระหว่างหูขึ้นไปให้ม้วนขึ้นไปตามรูป วิธีนี้จะทำให้ผมพองเช่นกัน

ออกมาพองสวยเลย

สภาพเส้นผมนิ่มเกินไป ทำให้ลอนคลายออกเร็ว การม้วนแบบอุดมคติก็คือ one curl

ต้นตอของปัญหาคือ เริ่มม้วนผมในทันทีโดยไม่ทำอะไรก่อนเลย และการม้วน 1 รอบไม่ใช่ one curl
(เอนทรี่หน้าจะมีอธิบายว่าม้วน 1 รอบ รอบครึ่ง สองรอบจะออกมาเป็นยังไง)

ก่อนลงมือม้วนผมให้ฉีดสเปรย์ก่อนเพื่อให้ลอนอยู่ทรงและเพื่อปกป้องเส้นผมจากความร้อนของเครื่องม้วน 

ต่อมาก็ม้วนผม 2 รอบช่วงผมด้านนอกเพราะเป็นจุดที่ผมคลายตัวง่าย ผมด้านนอกนั้นจำนวนการม้วนยิ่งมากลอนก็จะยิ่งแข็งแรง และความเข้าใจผิดที่มักเกิดบ่อยคือ one curl ไม่ใช่การม้วน 1 รอบแต่เป็นการม้วน 1 รอบครึ่ง

ดูจากช่วงปลายผม การม้วน 1 รอบจะต้องออกมาแบบนี้ คือม้วนเฉพาะปลาย

ม้วนแล้วออกมาแปลกๆถ่วงๆทั้งบนและล่าง อยากจะม้วนให้ผมดูพองสวย

ต้นตออันดับแรก (ภาพบน) คือคนที่มีผมซอยอยู่แล้ว ม้วนผมด้านบนให้เป็นวอลลุ่มมากจนเกินไป
รูปที่สอง หนีบปลายแบบรวดเดียว ลอนเลยออกมาเป็นก้อนเดียวกัน

ผมช่วงบนให้ใช้โรลม้วนเอาก็พอ ม้วนเอาไว้ตอนเช้าก่อนออกจากบ้านค่อยเอาออก

ส่วนปลายผมให้ม้วนถี่ๆ และม้วนเข้าม้วนออกสลับกัน

ออกมาเป็นแบบนี้….

รูปจาก นิตยาสาร Cancam เดือนกุมภา

เอนทรี่หน้ายังคงอยู่ที่การม้วนผมเน้! เกี่ยวกับคำถามของการม้วนผมล่ะ

Korean Style มาเป็นสาวเกาหลีกันมะ

สวัสดีค่ะสาว วันนี้ว่างจัดมิต้องไปฝึกงานแล้ว และยังไม่เปิดเทอม เลยว่างมาทำ how to ให้ได้ยลกัน
Concept คือผิวสวยสไตล์เกาหลี รีบมาปูเสื่อดูกันเลย

ดูภาพ before&after กันดีกว่า
เป็นภาพหลังลงกันแดด biore สีม่วงเสร็จนะคะ ละก็เริ่มทำ how to ค่ะ

 
START

1.ผสม base ม้าโยก กับ hilighter The secret Banila co. ในอัตราส่วน 1:1 คนให้เข้ากันนะคะ
2.แตะบนใบหน้าให้ทั่ว กดให้ซึม
3.ลง con เรามีทั้งแบบครีม(ZA)และแท่ง (NO.7) แบบน้ำปิดแพนด้าไม่ให้มาวิ่งเล่น ลงแบบแท่งสำหรับรอยต่างๆบนใบหน้าค่ะ
4.เฉดดิ้ง Nars Tuomota แบบแท่งที่ขากรรไกร ไม่ให้หน้าบาน
5.เกลี่ยให้ทั่ว กดให้ซึม จนหน้าเนียนได้ที่นะคะ


6.ได้หน้าเนียนๆลงแป้งค่ะ มี 2 กระปุกของม้าโยกหมดเลยกระปุกใหญ่เป็นแป้งฝุ่นสีเนื้อ
เลือกเบอร์อ่อนสุดมา ถูก และได้ปริมาณเยอะ รักเลยค่ะ กดให้ซึม
7.ลงแป้งม่วงกระปุกเล็กที่คอไม่ได้ทาหน้า เพราะ gliter ใหญ่มากกลัวแพ้ เหอๆ เอามาทาคอค่ะ


8.เฉดดิ้งด้วยแป้ง nars laguna อีกชั้นบริเวณหรอบหน้า5ขากรรไกร
9. hiliglight canmake ที่ C zone และดั้งที่ไม่ค่อยจะมี
9.เฉดดิ้งจากแนวคิ้วมาที่จมูกด้วย Kate


10.ทาคิ้ว ใช้ mascara eyebrow ทาแล้วใช้ดินสอเติมส่วนที่แหว่ง ใช้แปรงเกลี่ยๆ


11.ทาตาด้วย Kate รุ่นนี้ไม่มีขายแล้วนะคะ ดูเน่าๆ 5555 ทาสีเหลืองเป็นพื้น
ลงเขียวเฉพาะใต้ชั้นพับตาลง gilter สีทองตามสะดวก

12.ใช้สีขาวของ missha ลงที่หัวตา
13.ใช้ MJ สีน้ำตาล เขียนที่หางตาด้านล่าง พร้อมลงสีทองเมเบอลีนที่หางตาด้านล่างด้วย
ละก็ลง gliter Tiffa lเงินที่ดวงตาด้านล่าง
14.เขียน eyeliner ลงดินสอสีดำหัวตัด Kate ถมให้ใกล้แนวขนตามากที่สุด ลงแบบน้ำลอรีอัลทับ

ระหว่างรอ eye liner น้ำแห้งก็ไปม้วนผมค่ะ


15. พอม้วนเสร็จลอนจะดูจงใจมากเลย
16.ใช้ wax lucido สีเหลือง ซื้อได้ที่ watson ขยำขึ้นแล้วเขย่าลอนจัดให้ยุ่งเล็กน้อย ระวังฟูนะคะ


17.แล้วก็ได้หัวฟูๆ มานั่งดัดขนตาด้วย shu ปัดขนตาด้วย MJ (คิดว่าสู้ Fasio ไม่ได้น้า)หมดแล้วจาไปใช้ fasio เหมือนเดิม
18.ปัดแก้มด้วย THRROB BENEFIT ทา gloss etude  peach สี 05

เป็นอันเสร็จเรียบร้อย

ไปแล้วค่ะ

NOTE ::
-ที่ทาเล็บ etude
-คอนแทคเลนส์ของ GEO Chocolate รายปี

Review Jadilla J: whitening bb plus

พึ่งสั่ง เบส กับ BB มาจาก Rabbo 
  • ซองฟ้านี่ในไทยมีขายแต่ขนาดทดลองซึ่งแนนำให้ซื้อที่ rabbo ถูกสุดแล้ว 10 ซอง / 50 บาท บางเวปจะเขียนว่า 10 ซอง/100 บาท เท่าที่ลองดูก็เนื้อเหมือนกันแดดน้ำนม สีเนื้อ ทาแล้วผ่องขึ้นไม่มีวิ้งๆไรหรอก แต่ผ่องขึ้นเลยแล้วก็เบามากเลยด้วย แบบไม่เว่อร์ เป็นเบสที่มีส่วนผสมของ essence กับ moisturizer ใน 1 เดียวแบบว่าแต่งหน้าไปด้วยบำรุงไปด้วย อยากลองสั่งขนาดจริงเหมือนกันนะ
  • ส่วน BB cream ขนาดทดลองใน web โฆษณาว่า 

ราคา 100./3 ml

สี เนื้อ

รายละเอียด

  Whitening bb plus เป็นบีบีครีมรุ่นใหม่ล่าสุดของ Jadilla J ที่มีถึง4 คุณสมบัติใน 1 เดียว
1 Super sun protect ช่วยปกป้องผิวหน้าจากแสงแดดด้วย spf30 pa++
2 Super whitening ช่วยทำให้ใบหน้าขาวขึ้น
3 Super skincare ช่วยบำรุงผิวหน้าด้วยสารสกัดจากพิชธรรมชาติ
4 Super make-up เป็นทั้งเบสและฟาวเดชั่นในตัว
เนื้อครีมไม่เหนียวเหนอะหนะ เกลี่ยง่าย

ผลที่ได้

 

ทาเล็บมาน่ารักมั้ย 555555ทาสีชมพูมุกๆ วาวๆ ละก็ค่อยๆลงแบบ gilter ใหญ่ สนับสนุนโดย missha ละก็ลงใสๆจากตลาดนัด 19.-

ไป NARS มา

งานนี้ไป เพราะ ที่ counter โทรมาเชิญพี่โอไปดู oil นวดตัว
 
Monoi Body Glow และ Body Glow : The beauty secret of Tahiti ผลิตภัณฑ์คลาสสิกตลอดกาลของนาร์ส
 
กลิ่นหวานๆ ออกแนววานิลลาอ่อนๆ แต่จิงๆสกัดจากดอกไม้ เตียเร จากตาฮิติ แปลกดี
 
พอนวดแขนเสร็จก็มาแต่งหน้า
 
ออกมาดูดีนะ แต่งหน้ากับพี่กานต์ สาขาชิดลม
 
 
เลยซื้อมาเยอะแยะเลย เสียเงินไป 4,000 กว่าบาทตัวเบากลับบ้านแต่ชอบมากๆเลย
ซื้อ multiple Tuomota/ยาทาเล็บสี shocky pink/ลิปสี venice +sabina(ลดราคา 50%)/
ที่ทาตา Alahamba แถม, duo eyeshadow มาอีกอัน ได้กลับมาเยอะมาก โทนสีน้ำตาหมดเลย
ก่อนแต่งก็บอกพี่เค้าว่าที่บ้านมี multiple orgusm กับ bronzer เนื้อแป้งสี laguna อยู่แล้ว
พี่เค้าเลยแต่งโดยมีสิ่งที่มีอยู่แล้วให้เป็นประโยชน์ด้วย สนุกมากๆเลยแล้วสีปากก็ถูกใ ชมพู nude 
 
 

Why I Won’t Read YOUR Resume

 


The following post appeared on Usenet a long time ago. It has some useful tips about writing your resume. It was primarily aimed at people who post their resume on the Usenet but is equally applicable to others as well.


Dear Job Seekers:

I read a lot of hardcopy resumes and resumes that people like you place on USENET. Let me give you some hints about writing resumes.

First, let me tell you how I read all these resumes:

  • I don’t read them — I don’t have time; I scan them.
  • The first thing I look at is the title.
  • Next is the Objective Statement.
  • Next is the location where you want to work.
  • Last is Experience/GPA.

Second, let me tell you the things I RARELY read:

  • Cover letters
  • List of Courses you took in school
  • Awards, Personal Info, Hobbies
  • Paragraphs of Text
  • Long lists of computers/software/languages that you have used

The kind of people I want to hire instinctively know how to write a good resume because they are effective at communicating. They don’t need to tell me they have good communications skills — I can tell from the resume and its organization.

I give each resume perhaps 5 seconds of my time. In other words, you have 5 seconds to impress me to read further about you. So, let’s go through the things that I scan:

TITLE

The following titles from recent posts are losers:

B.S. in CS & Math

Recent Graduate’s Resume

Resume

BS/CS seeks Unix Job

Unix Person Seeks Employment

If your title is similar, I won’t bother to read further, because you have done nothing to distinguish yourself from the crowd. Furthermore, you have shown no imagination or initiative. Why would I hire you? One of the best titles I have seen recently was similar to:

Experienced Ada Engineer to Relocate in Silicon Valley

Why is this so good? This person thought about the title and told me in eight words that he/she a) has experience, b) wants an Ada job, c) is only interested in Silicon Valley jobs. Not only can this person communicate effectively, he/she is decisive.

OBJECTIVE STATEMENT

Here is your chance to tell me that you are a decisive, imaginative person who knows where your careeer is headed. The following objective statements are losers:

A position combining software, hardware, and systems design, development, and support.

Seeking a challenging position as a software engineer developing system or application software in a UNIX/C environment.

The first is terrible — this person just wants a job, doesn’t matter what kind or where. The second is not much better, except that the scope has been limited to UNIX and C. The following is better:

To find challenging work in product oriented research where I can leverage my broad hardware and software skills in revolutionary ways.

This person has obviously thought about what kind of job he or she wants. It should be in product research (not development) and it should be state-of-the-art research. But, it hasn’t focused on what area, for example Project Management software or PC-based statistical packages.

I realize that it is hard to come up with a good objective statement in a general forum like Usenet. It is much easier when you are targeting a resume for a specific job opening. Still, you are going to face this dilemma many times over. Here is an example of a good objective statement:

I desire to work for a leading-edge company designing state-of-the-art user interfaces for graphics workstations. The position should lead to software product management and should offer possibility of learning software marketing.

This will get me to read on, because you have shown thought about where your career is going and that you are interested in a broad range of topics and desire to take on new challenges. Yet, at the same time, notice that this objective statement is still very general — it could be more specific (e.g., UNIX-based workstations, X-Windows, SunView etc).

LOCATION WHERE YOU WANT TO WORK

For best effect, put this either in the title, a sentence directly before the resume proper, or in the objective statement. If you are willing to consider working anywhere, say so.

EXPERIENCE/GPA

If you have more than five years experience, I don’t care what your GPA was. If you are just out of school, you had best put your GPA in a prominent location. As for experience, I want to see relevant experience. Clerking at a hotel and waiting on tables is not relevant to software development. Do not pad your resume with this manner of experience.

I want your experience section to show me that

  1. you are organized,
  2. you have communication skills, and
  3. you can/will be capable of leading/designing/developing software.

If you have experience, tell me those things that you have done that will convince me that you have organization, leadership, and communication skills. After all, that is what it takes to make an effective software engineer. If you have no experience, as is typical of most recent graduates, show me with examples from school how you demonstrate these skills.

Finally, the experience section is the place to assert your personality and creativity. Be creative and don’t mimic every other resume you see.

TURN OFFS AND THINGS THAT WASTE MY TIME

Instant Turn Offs:

Spelling and Grammatical Errors. If you can’t spell and don’t have a good grasp of grammar, that doesn’t prevent you from getting a job. It does prevent you from getting documentation jobs, but not the typical software development job. If you leave spelling and grammar mistakes in your resume, I assume that you will be equally careless with the things you do for me, and I will not hire you.

Long Paragraphs of Text. I don’t have time to read these, so keep the resume succint and to-the-point. Lists are concise and effective.

Long Resumes. If you can’t say it in a page to two pages, you can’t say it effectively.

Things That Waste My Time:

Cover Pages. What can you say in a cover letter that you cannot say in a resume?

References. I’m going to phone screen you before I call your references. If you pass my phone screen, then I’ll ask for references. Be prepared to give them.

Awards. Save it for the phone screen or face-to-face.

Personal and Hobbies. These have no bearing on my hiring decision. If I like you during the phone screen, I’ll probably ask about these just to put you at ease and to establish some common ground.

Course Listings. If you’re experienced, I don’t care what courses you took or what marks you recieved on them. If you’re inexperienced and are looking for a very specialized job, then you need to convince me that specific classes you took and projects you worked on have prepared you sufficiently. Providing a list of courses that looks like the average CS curriculum is meaningless.

Long Lists of Computers/Software/Languages. Unless you are applying for a very specific job that requires knowledge of a certain mix of these, then use your time more constructively to convince me that if you need to know one of these, that you are willing and able to learn it rapidly.