28 Days Report”Oriental Pricess Lumino complex”

    มาช้าไปหน่อย แต่ก็ยังมานะคะ สำหรับรายงานผล 28 วัน มาวันนี้พอกลับไปดูรูปวันแรกที่ต้องเผชิญกับสิวไม่กี่เม็ดที่โดดเด่นบนใบหน้าตรงหว่างคิ้วเลย >< ทนไม่ได้จริงๆแต่ไม่รู้จะทำยังไง รักษาด้วยตัวเองก็แล้ว ไปหาหมอก็แล้วก็เป็นๆหายๆไม่เลิก

ข้อมูลผิวตัวเอง

  1. อายุ : 23
  2. สี  : ค่อนข้างขาว ไวต่อแดด โดนแปีปเดียวจะเริ่มแสบหน้า โดนนานเกิน 20 นาที ผิวแดงได้เลยค่ะ
  3. สภาพผิว : ธรรมดาค่อนไปทางแห้ง
  4. พฤติกรรม : โชคดีว่าเป็นคนชอบดูแลผิวอยู่แล้ว ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ล้างหน้าทุกวันวันละ 2 ครั้ง ไม่เคยไม่ล้างหน้าแล้วนอนโดยเด็ดขาด มาส์กหน้าประมาณทุก 15 วัน  พฤติกรรมที่ไม่ดีคือ แต่งหน้าหนักทุกวัน โดยเฉพาะตา บางทีก็กลัวล้างสะอาดจริงไหมเนี่ย

    จนได้ไป Workshop กับ Oriental Princess  ได้ Lumino Complex มาใช้ทั้งชุด จึงลองหยุดใช้สบู่ล้างหน้าของหมอ แตงโมยังมีพฤติกรรมเดิมๆอยู่คือ แต่งหน้าจริงจังทุกวัน  พยายามล้างเครื่องสำอางค์อย่างถูกต้องด้วยโลชั่นเช็ดเครื่องสำอางค์ แล้วตามด้วย Foam  ตอนแรกคิดว่าฮอร์โมน drop มันเลยยุบๆไป พอผ่านไป 15 วันมาถ่ายรูป ก็แอบตกใจที่ไม่มีสิวแล้ว และเหลือรอยอยู่นิดเดียว จางลงโดยที่เวลาไม่ต้องใช้คอนซีลเลอร์ โชคดีที่ไม่แพ้ค่ะ

      แตงโมคิดว่าการเลือก skin care ที่เหมาะกับสภาพผิวเป็นสิ่งที่สำคัญมากค่ะ แค่่เดือนเดียวสภาพผิวอาจจะเปลี่ยนไปจากเดิมก็ได้ค่ะ สมัยอยู่มหาวิทยาลัย ผิวผสม ตอนจบผิวธรรมดา เริ่มทำงาน office อยู่ในห้องแอร์ตลอดผิวแห้งผากกลายเป็นผิวธรรมดาค่อนไปทางแห้ง จึงเปลี่ยน skin care ไปตามสภาพผิวตอนนั้นแล้วได้ผลดีมาก อากาศหนาวทีต้องโบกครีมที่ให้ความชุ่มชื้นเยอะๆ เป็นต้น และ เมื่อสิวต้องพยายามหาสาเหตุค่ะ มันจะได้หายไปซักที อาจจะลองหยุดใช้ตัวต้องสงสัย ถ้าสิวไปหายก็ไปตัวต้องสงสัยต่อไป สุดท้ายเราต้องเจออยู่ดีว่าแพ้อะไร หรือ ล้างหน้าไม่สะอาดเหมือนแตงโม 

         ตลอดการรีวิวครั้งนี้ผู่อ่านคงได้อีกเสียงหนึ่งในการใช้ผลิตภัณฑ์ไว้พิจารณา อาจจะไม่เหมาะกับผิวสาวๆบางกลุ่ม  แต่พวกเราที่ได้ไป workshop ในวันนั้น ก็ได้รีวิวบนสภาพผิวที่หลากหลาย อายุตั้งแต่ 20 -35 ปี ลองหาอ่าน blog สาวๆ เผื่อมีคนที่คล้ายคุณอยู่นะคะ ขอบคุณทุกท่านที่อ่านกันมา ไม่ว่าจะเริ่มอ่านที่หน้าไหนก็ตาม ขอบคุณมากค่ะ

Advertisements

15 Days Report”Oriental Pricess Lumino complex”

สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้เอารูปมาให้ชมความเปลี่ยนแปลงไม่ได้แต่งภาพอะไรทั้งสิ้น ถ่ายในจุดเดิมของบ้านเพื่อให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในสภาพแวดล้อมคงเดิม ไปดูกันค่ะ

ข้อดี :

  1. เท่าที่ใช้มารอยสิวจางลงผิวชุ่มชื้นขึ้น เป็นคนผิวธรรมดาค่อนไปทางแห้ง เวลาใช้ whitenning ตัวอื่นหน้าจะแห้งอ่ะค่ะ
  2.  ราคาไม่แพงมากสามารถซื้อหามาใช้ได้ โดยที่ไม่ทำให้กระเป๋าฉีก
  3.  toner กับ foam ทั้งๆที่แพ้อะไรพวกนี้ง่ายแต่ไม่แพ้ ทำให้รู้ว่าที่ผ่านมาใช้สบู่เหลวของหมอแม้จะทำให้หน้าชุ่มชื้น แต่ล้างไม่สะอาดทำให้สิวขึ้นหว่างคิ้วตลอดเวลา แต่ตอนนี้ไม่มีปัญหาแล้วค่ะ

ข้อเสีย :  ไม่ชอบตัว night body lotion มันเหนียวตัว นอนไม่สบาย ทั้งๆที่สัมผัสแล้วเนียนดี ไม่รู้เป็นอยู่คนเดียวมั้ย

รีวิวชุดบำรุง lumino complex ในตอนกลางคืน

ต่อกันด้วยตอนกลางคืน มีชุดผลิตภัณฑ์ดังนี้ค่ะ

ลำดับการใช้  Lumino Complex Expert White ตอนกลางคืน

Cleansing Foam – Toner – Intensive capsule– Spot  – Night Moisturiser & Night Body Moisturiser

1.Lumino Complex Expert White Cleansing Foam

โฟมล้างหน้าสูตรสะอาดนุ่มชุ่มชื้น สูตรสำหรับผิวหน้าที่ปรารถนาการปรนนิบัติบำรุงพิเศษเหนือกว่าด้วยคุณค่าการบำรุงจากสารสกัดเข้มข้น ช่วยลดการสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงผิว ตัดตอนความหมองคล้ำ เผยผิวกระจ่างใสเปล่งปลั่ง  ปลอดภัยปราศจากการแพ้ระคายเคือง ผิวหน้านุ่มเนียน แลดูกระจ่างใส อ่อนเยาว์ มีน้ำมีนวล

ขนาด 100 กรัม  ราคา 275 บาท 

2.Lumino Complex Expert White Toner

ปรนนิบัติทำความสะอาดผิวหน้า ด้วยคุณค่าสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว และลดการสร้างเม็ดสี ช่วยให้จุดด่างดำแลดูจางลง ตัดตอนความหมองคล้ำ เพื่อผิวขาวกระจ่างใส พร้อมปลอบประโลมผิวจากการระคายเคือง ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์  และนุ่มเนียน

ขนาด  120 มิลลิลิตร ราคา  285 บาท

3.Lumino Complex Expert White intensive capsule treatment

ซีรั่มเข้มข้นในรูป capsule ปรนนิบัติแก้ปัญหาผิวหน้า พร้อมป้องกันการสะสม และขัดขวางการรวมตัวของเมลานิน ตัดตอนความหมองคล้ำด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการผลัดผิวตามกลไกธรรมชาติ ปกป้องผิวจากการแพ้ระคายเคือง และบรรเทาปัญหาความหมองคล้ำ จุด ด่างดำ เผยผิวนวลเนียน กระจ่างใสมีน้ำมีนวลอย่างเป็นธรรมชาติ

บรรจุ  28 capsule/กระปุก   ราคา 1,025 บาท

4.Lumino Complex Expert White Spot Treatment

ปรนนิบัติดูแลผิวเฉพาะจุด โดยการลดเลือนความหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวแลดูขาวเนียนเรียบอย่างเป็นธรรมชาติ อุดมคุณค่าวิตามินบำรุงจากธรรมชาติ ช่วยเร่งการผลัดผิว  และลดการสร้างเม็ดสีผิว จุดด่างดำลดเลือนลง ช่วยตัดตอนความหมองคล้ำ เผยผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ขนาด 25 กรัม ราคา 315 บาท

5.Lumino Complex Expert White Night Moisturiser

ครีมบำรุงเข้มข้นคุณค่าบริสุทธิ์จากนานาสารสกัดธรรมชาติ เปี่ยมประสิทธิภาพการปรนนิบัติบำรุง และฟื้นฟูผิวที่ถูกทำลายให้มีสุขภาพดี พร้อมเร่งกระบวนการผลัดผิวตามธรรมชาติอย่างอ่อนโยน ช่วยตัดตอนความหมองคล้ำ เผยผิวหน้ากระจ่างใส จุดด่างดำดูจางลง สีผิวสม่ำเสมอ เนียนเรียบ ลดปัญหาความหมองคล้ำ และจุดด่างดำ  เผยผิวใสอ่อนเยาว์มีชีวิตชีวา

ขนาด  50 กรัม  ราคา 385 บาท

6.Lumino Complex Expert White Night Body Moisturiser

โลชั่นบำรุงผิวกาย อุดมคุณค่าบำรุงจากนานาสารสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาติ สูตรบำรุงเข้มข้นเพื่อการฟื้นฟู ซ่อมแซม และปรับสภาพผิวที่ถูกรบกวนจากแสงแดด และรังสี UV ในเวลากลางวัน ช่วยป้องกันการสะสม และสกัดกั้นการรวมตัวกันของเมลานินอันเป็นสาเหตุการเกิดความดำคล้ำของผิว ช่วยตัดตอนความหมองคล้ำผิว คืนความชุ่มชื้นสมดุล เผยผิวนวลเนียนกระจ่างใสอย่างผิวสุขภาพดี 

ขนาด 250 มิลลิลิตร  ราคา 275 บาท

เริ่มกันเลย

toner กลิ่นอ่อนโยนมาก ไม่ค่อยได้กลิ่นแอลกอฮอล์ค่ะ ซึมเร็วตามธรรมชาติของ toner

——————————————

ลง capsule 1 กระปุกมี 28 เม็ด ตามวงจรผิวของสาวๆ 28 วันนั่นเอง

1 เม็ด ดูเล็ก แต่บีบออกมาแล้วปริมาณเยอะใช้ได้เลยค่ะ

พอเกลี่ยบนใบหน้ารู้สึกสากเล็กน้อย นวดใบหน้าซักพักก็ซึมอย่างรวดเร็ว

———————————-

ทา spot ต่อ รีวิวเนื้อให้ดูกันด้วยขาวขุ่น ซึมช้าซักนิดหลังทาเสร็จควรรอ set ตัวซักพักค่ะ

———————————-

ตัว night cream สีขาวเลยค่ะเกลี่ยง่ายดี ซึมช้าอยู่เหมือนกัน เสร็จแล้วก็ไปทาตัว

เรียบร้อยแล้วค่ะ

**** อย่าลืมติดตาม 2ตอนสุดท้ายกับรีวิวครบ 15 วัน และ 30วันนะคะ****

รีวิว 7วัน กับชุดบำรุง lumino complex ในตอนเช้า

    หลังจากใช้มา 7 วัน แตงโมจะรีวิวต่อเนื่องเป็น 3 ตอนนะคะ คือ รีวิวชุดบำรุงตอนเช้า-ตอนกลางคืน-และสรุปผลต่อเนื่องที่เห็นได้ชัด มาเริ่มกันเลยดีกว่า สำหรับชุดตอนเช้ามีผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้ดังนี้ค่ะ

1.Lumino Complex Expert White Cleansing Foam

โฟมล้างหน้าสูตรสะอาดนุ่มชุ่มชื้น สูตรสำหรับผิวหน้าที่ปรารถนาการปรนนิบัติบำรุงพิเศษเหนือกว่าด้วยคุณค่าการบำรุงจากสารสกัดเข้มข้น ช่วยลดการสูญเสียน้ำหล่อเลี้ยงผิว ตัดตอนความหมองคล้ำ เผยผิวกระจ่างใสเปล่งปลั่ง  ปลอดภัยปราศจากการแพ้ระคายเคือง ผิวหน้านุ่มเนียน แลดูกระจ่างใส อ่อนเยาว์ มีน้ำมีนวล

ขนาด 100 กรัม  ราคา 275 บาท 

2.Lumino Complex Expert White Toner

ปรนนิบัติทำความสะอาดผิวหน้า ด้วยคุณค่าสารสกัดธรรมชาติที่ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิว และลดการสร้างเม็ดสี ช่วยให้จุดด่างดำแลดูจางลง ตัดตอนความหมองคล้ำ เพื่อผิวขาวกระจ่างใส พร้อมปลอบประโลมผิวจากการระคายเคือง ผิวหน้าแลดูอ่อนเยาว์  และนุ่มเนียน

ขนาด  120 มิลลิลิตร ราคา  285 บาท

3.Lumino Complex Expert White Spot Treatment

ปรนนิบัติดูแลผิวเฉพาะจุด โดยการลดเลือนความหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวแลดูขาวเนียนเรียบอย่างเป็นธรรมชาติ อุดมคุณค่าวิตามินบำรุงจากธรรมชาติ ช่วยเร่งการผลัดผิว  และลดการสร้างเม็ดสีผิว จุดด่างดำลดเลือนลง ช่วยตัดตอนความหมองคล้ำ เผยผิวกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ

ขนาด 25 กรัม ราคา 315 บาท

4.Lumino Complex Expert White Day Moisturiser SPF 20

ปรนนิบัติบำรุงผิวหน้าเวลากลางวัน พร้อมลดเลือนความหมองคล้ำ ช่วยให้ผิวหน้าแลดูกระจ่างใส เรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ด้วยคุณค่าวิตามินจากธรรมชาติ ช่วยเร่งการผลัดผิว และลดการสร้างเม็ดสีผิว ตัดตอนความหมองคล้ำช่วยให้จุดด่างดำลดเลือนลง  เผยผิวหน้าอ่อนเยาว์ เนียนนุ่มชุ่มชื้น  และปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยค่า SPF 20

ขนาด  65 มิลลิลิตร ราคา 395 บาท

5.Lumino Complex Expert White Body Moisturiser SPF15 ได้รีวิวไปแล้วกดอ่าน click (คลิ๊กแล้วเปิดหน้าต่างใหม่ค่ะ)

ลำดับการใช้  Lumino Complex Expert White

Cleansing Foam  – Toner – Spot – Day Moisturiser &  Body Moisturiser  – Sunscreen

3วันก่อนจะเห็นได้ว่าหน้าเรามีรอยสิวอยู่ที่หัวคิ้วแล้วที่จมูก

นี่ขนาดแต่งหน้าปิดแล้วก็ยังเห็นชัดอยู่ รบกวนใจมาก อยากจะให้มันจางหายไปเร็วๆ

วันนี้ใช้มา 3 วันแล้วค่ะรอยดูจางลงแล้วขั้นตอนการใช้ก็ล้างหน้า บีบโฟมปริมาณตามรูปแล้วตีฟอง ล้างใบหน้าด้วยการลูบไล้เบาๆให้นานพอสมควร เริ่มจาก t-zone แล้วตามด้วย u-zone ล้างน้ำออกให้สะอาด

หลังใช้ foam รู้สึกว่าหน้าตึงเล็กน้อย แต่สะอาดดีค่ะ

———————————-      

   ลงtoner เราเทออกมา 2 ครั้ง ขนาดท่าเหรียญ 5 บาททั้ง 2 ครั้ง กลิ่นหอมอ่อนโยนมาก ไม่ค่อยได้กลิ่นแอลกอฮอล์เลยจิงๆเราเป็นคนแพ้โทนเนอร์ง่ายมาก พอ 7 วัน มาดูผลกันว่าจะแพ้มั้ย ><

       ลง spot treatment บริเวณที่กังวลค่ะ เนื้อเป็นครีมสีขุ่น เป็นการบำรุงอย่างเข้มข้นเฉพาะจุดด่างดำทั้งหลาย

     ตามด้วย day moisturiser ไม่ค่อยเบาหน้าเท่าไหร่ค่ะ น่าจะเหมาะกับคนผิวธรรมดาค่อนไปทางแห้งอย่างเรา คนหน้ามันอาจจะทำให้ระหว่างวัน หน้ามันได้ค่ะ

——————————————

แล้วก็ไปทาตัว ดูรีวิวทาตัว click (คลิ๊กแล้วเปิดหน้าต่างใหม่ค่ะ)

หลังแต่งหน้า พอกลบรอยแล้ว

แทบไม่เห็นรอยเลย อีก4 วัน รอดูผลกันนะคะ

รีวิว Lumino complex Expert White Body Moisturiser SPF 15 และ Night Body Moisturiser

เราคิดว่าขวดคล้ายเกินไป ไม่รู้อันไหนเช้าอันไหนเย็น

เลยวาดรูปติดขวดไว้ ขี้เกียจนั่งอ่านที่ขวดค่ะ

ข้อมูลจำเพาะ

1.Lumino Complex Expert White Body Moisturiser SPF15

โลชั่นบำรุงผิวกายสูตรเข้มข้นคุณค่าสารสกัดบำรุงลิขสิทธิ์เฉพาะ ที่ช่วยดูแลปรับสภาพผิวให้เนียนนุ่ม พร้อมปกป้องผิวจากแสงแดด และรังสี UV ในระหว่างวัน ช่วยชะลอ และยับยั้งตั้งแต่การเกิดไปจนถึงการส่งผ่านของเม็ดสีเมลานิน คืนความชุ่มชื้นสมดุล ปรับสีผิวให้ขาวเนียนกระจ่างใส

ขนาด  250 มิลลิลิตร ราคา  275  บาท

เนื้อผลิตภัณฑ์ : ข้น เพราะมีสารกันแดดผสมอยู่ ต้องออกแรงทาเล็กน้อย เหมาะสำหรับวันสบายๆที่ไม่อยากทาครีมกันแดดเต็มสตรีมแต่อยากปกป้องผิวจากแสงแดดตัวนี้ผ่านไป 10 นาที ยังสู้สึกเหนียวๆอยู่ค่ะ

กลิ่น : เป็นครีมกันแดด

———————————————————-

 

2.Lumino Complex Expert White Night Body Moisturiser

โลชั่นบำรุงผิวกาย อุดมคุณค่าบำรุงจากนานาสารสกัดบริสุทธิ์จากธรรมชาติ สูตรบำรุงเข้มข้นเพื่อการฟื้นฟู ซ่อมแซม และปรับสภาพผิวที่ถูกรบกวนจากแสงแดด และรังสี UV ในเวลากลางวัน ช่วยป้องกันการสะสม และสกัดกั้นการรวมตัวกันของเมลานินอันเป็นสาเหตุการเกิดความดำคล้ำของผิว ช่วยตัดตอนความหมองคล้ำผิว คืนความชุ่มชื้นสมดุล เผยผิวนวลเนียนกระจ่างใสอย่างผิวสุขภาพดี 

ขนาด 250 มิลลิลิตร  ราคา 275 บาท

เนื้อผลิตภัณฑ์ : ข้นน้อยกว่าตัวกลางวัน ความเหนียวมากกว่าครีมทาตัวอื่นๆของ Oriental Princess คงเป็นเพราะมีตัวบำรุงให้ขาว และซ่อมแซมผิวที่โดนทำร้าย

 กลิ่น : กลิ่นหอมผ่อนคลายคล้ายลาเวนเดอร์ ช่วยให้นอนหลับสบาย

เปรียบเทียบกันจะๆ

จะเห็นได้ว่าตัวสำหรับตอนเช้าทาแล้วจะดูผ่องเนียนขึ้นนิดนึง เพราะมีสารป้องกันแสงแดดอยู่ค่ะ

Workshop :: “Beauty Gossip in the garden by Oriental Princess”

          เมื่อวัน เสาร  ที่ 12 มีนาคม ที่ผ่านมาแตงโมได้มีโอกาสได้เป็น 1 ใน 40 สาวที่ได้ร่วมสัมผัสกับนวัตกรรมของผลิตภัณฑ์ใหม่จาก Oriental Princess เป็นเวลา 4 ชั่วโมงเต็ม  แน่นอนนี่เป็นครั้งแรกที่ได้มา workshop กับ Oriental Princess ทั้งๆที่รู้จักยี่ห้อนี้ตั้งแต่อยู่ ป.4 ลิปมันแท่งแรกที่คุณอาซื้อให้ก็ยี่ห้อนี่เนี่ยแหละค่ะ >< เลยแอบตื่นเต้นสุดๆ งานนี้จัดที่ Third place ทองหล่อ 10  มาถึงสถานที่ เจ้าหน้าที่ดูแลต้อนรับเป็นอย่างดี และ เข้าตรวจสภาพผิว ผลออกมาไม่ดีนักได้เกรด B ได้คะแนน 21/100 ทั้งๆที่ขาวขนาดนี้ เพราะผิวเราไม่สม่ำเสมอมีโอกาสเกิดจุดด่างดำได้ง่าย เริ่มกลัวขึ้นมาแล้วล่ะสิ แล้วก็แบ่งกลุ่มเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มของเราชื่อเคลียร์ไม่คล้ำ มี blogger ใจดีพี่ทราย คอยแนะนำเรื่องการใช้ผลิตภัณฑ์ตลอดงาน ชม blog พี่ทรายได้เลยค่ะ http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=mhunoiii

    หลังจากนั้นกิจกรรมก็เริ่มต้นขึ้น มีพิธีกรสุดเปรี้ยวอย่างพี่โอปอล ทำให้สาวๆเพลิดเพลิน สร้างเสียงหัวเราะกันได้ตลอดงาน เริ่ดมากกกกกสำหรับสาวคนนี้ และเริ่มต้นการแนะนำ  ชุดผลิตภัณฑ์ โอเรียนทอล พริ้นเซส ลูมิโน คอมเพล็กซ์ เอ็กซ์เพิร์ท ไวท์ (Oriental Princess Lumino Complex Expert White) ปฏิบัติการขั้นล้ำลึกในทุกระดับชั้นผิว ภายใต้ระบบการทำงานที่จุดต้นกำเนิดของเม็ดสีผิว ด้วยการทำงานอย่างล้ำลึก 3 ขั้นตอนของ Melano Diet  Complex™ นวัตกรรมแห่งการผสมผสาน  3  คุณค่าธรรมชาติลิขสิทธิ์เฉพาะโอเรียนทอล พริ้นเซสที่ถูกออกแบบมาเพื่อก่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับการทำงานในชั้นผิวหนังชั้นนอก ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของ Pea Complex Extract, Clairju Extract และ Glucono Delta Lactone  ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ชะลอการสร้างเม็ดสีผิวที่เซลล์ตั้งต้นสร้างเม็ดสี ปลอดภัยด้วยประสิทธิภาพของสารสกัดธรรมชาติที่ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง และไม่ส่งผลกระทบต่อเซลล์สร้างเม็ดสีผิวที่เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าถาวร ผิวจึงขาวเนียนกระจ่างใส อ่อนโยนได้อย่างสมบูรณ์แบบ 

 ชุดผลิตภัณฑ์ โอเรียนทอล พริ้นเซส ลูมิโน คอมเพล็กซ์ เอ็กซ์เพิร์ท ไวท์ ประกอบด้วย 7 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่

1.Lumino Complex Expert White Cleansing Foam ขนาด 100 กรัม  ราคา 275 บาท 

2.Lumino Complex Expert White Toner ขนาด  120 มิลลิลิตร ราคา  285 บาท

3.Lumino Complex Expert White Spot Treatment ขนาด 25 กรัม ราคา 315 บาท

4.Lumino Complex Expert White intensive capsule treatment บรรจุ  28 capsule/กระปุก   ราคา 1,025 บาท

5. Lumino Complex Expert White Day Moisturiser SPF 20 ขนาด  65 มิลลิลิตร ราคา 395 บาท

6.Lumino Complex Expert White Night Moisturiser ขนาด  50 กรัม  ราคา 385 บาท

 7.Lumino Complex Expert White Body Moisturiser SPF15 ขนาด  250 มิลลิลิตร ราคา  275  บาท

 8.Lumino Complex Expert White Night Body Moisturiserขนาด 250 มิลลิลิตร  ราคา 275 บาท

            แตงโมได้เรียนรู้การทำความสะอาดหน้า และทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ตามขั้นตอนที่ถูกต้อง ออกกำลังกายเป็นทาเปิดกระปุกครีม ทาครีม เรียกเหงื่อและเสียงหัวเราะได้มากเลยทีเดียว และรายการท้ายสุดคำแนะนำในการเขียนรีวิวจาก blogger พี่ทราย(หมูน้อย) แนะนำกันอย่างละเอียดทุกขั้นตอน จรรยาบรรณของ blogger วิธีการถ่ายรูป การจัดวางหน้า การใช้ภาษาที่ถูกต้อง การรีวิวหรือทำฮาวทูให้น่าสนใจ ซึ่งทาง Oriental Princess ใจดี มอบชุดผลิตภัณฑ์ขนาดจริงมาให้ลองใช้ ซึ่งจะทยอยรีวิวอย่างละเอียดไม่มีหมกเม็ดให้ชมกันนะคะ ^^

 

รีวิว oil ล้างเครื่องสำอางค์ 4 ยี่ห้อ [biore/fasio/impress ic/lancome]+ทิปกำจัดสิวเสี้ยน

สวัสดีค่ะสาววันนี้อยากมา share ประสิทธิภาพของ oil 4 ตัวที่เคยใช้มา เปรียบเทียบกันชัดๆ
พร้อมความรู้สึกส่วนตัว ชอบไม่ชอบยังไง เพราะอะไร

อายุ : 23 ปี

สภาพผิว : เราเป็นคนผิดธรรมดาค่อนไปทางแห้ง ผิวหน้าค่อยข้างละเอียดแต่มีปัญหาสิวเสี้ยนกวนใจตลอดและไม่อยากใช่ pore pack ที่ทำให้รูขุมขนใหญ่ขึ้น สุดท้ายตามหาจนเจอตัวที่ช่วยแก้ปัญหาได้ ยังไงลองอ่านกันดูค่ะ แล้วส่วนใหญ่ต้องใช้ oil ล้างมาสคาร่า ล้างทั้งหน้าไม่ได้เพราะแพ้ ใช้โลชั่นของนูโทรจีน่าเช็ดเอาค่ะ

ลักษณะการแต่งหน้า : ผสม BB cream หรือ รองพื้น กับ Base /คอนซีลเลอร์ อย่างอื่นค่อนข้างเต็มสตรีม

รายชื่อหนูทดลอง ซึ่งเป็น oil ล้างเครื่องสำอางค์ทั้งหมด
 
1.biore ขวดม่วง ราคา 200 ปลายๆซื้อได้ที่ watson กลิ่นขนม
2.fasio ราคาแล้วแต่ว่ามีโปรโมชั้นหรือไม่ อยู่ในช่วง 300-400 กว่าบาทค่ะ ซื้อได้ที่ watson เหม็นอยู่แต่พอรับได้
3.impress ic make off ราคา ประมาณพันนึงจำไม่ได้แล้ว เป็น 1 ใน line ของ kanebo หอมกลิ่นกุหลาบขาว
4.lancome ซื้อที่ king power 1,200 บาท ค่ะ หอมตามสไตล์ลังโคม คิดว่าเป็นกลิ่นดอกไม้เหมือนกันค่ะ

เราทดลอง 2 แบบ ค่ะ

1.กับ eye liner แบบดินสอของ skin food ค่ะ

เราพบว่าเมื่อเราใช้แต่ละยี่ห้อกด oil ในปริมาณที่เท่ากันแล้ว ใช้นิ้วแห้งถู 5 ครั้ง ถ้าเทียบว่าลบเครื่องสำอางค์ออกได้มากสุดจากมากไปน้อยจะได้ดังนี้

lancome->fasio->biore->impress ic

ทีนี้พอเปิดน้ำโดยไม่ใช้นิ้วถู แต่จี้ทีละเส้นเป็นเวลา 5 วิ เรียงตามการหายไปของเครื่องสำอางค์จากมากไปน้อยได้ยังได้เหมือนเดิมค่ะ (ถ่ายตกไปอันนึง แล้วถ่ายแก้ไม่ทันแล้ว)

หลังจากถูเต็มๆ ทุกอันหายไปหมด

2.ทดลองบนไปหน้าอันนี้ไม่มีรูปนะคะจะอธิบายตามความรู้สึกเลย
biore ถึงจะโฆษณาว่าใช้ได้ทั้งมือเปียกและแห้ง แต่เราคิดว่าประสิทธิภาพที่ดีที่สุดคือตอนมือและหน้าแห้งค่ะ กลิ่นหอมผ่อนคลายดี แต่เราคิดว่าทำให้หน้าสิวขึ้น เลยมาลองเฉพาะตาอย่างเดียวเอามาสคาร่า coffret d’or ไม่ออกทั้งที่ล้างออกง่ายมากทำให้เราต้องออกแรง ขนตาร่วง แม้จะเปลี่ยนเป็นใช้สำลีชุ่ม oil มาวางบนตาไว้ 1 นาที ค่อยเช็ดออก ขนตาร่วงน้อยลง แต่เช็ดแล้วก็ออกไม่หมดอยู่ดี สรุปเอามาล้างเครื่องสำอางค์ที่คอแทนรับไม่ได้ผิดหวัง
fasio ล้างออกหมดไม่ว่าจะมาสค่าร่ายี่ห้อไหนก็ตามทั้งของ fasio  Majolica มันเยี่ยมมากแล้วไม่แสบตาด้วย เริ่ดสุด ราคาไม่แพงจนกระเป๋าฉีก อันนี้เราใช้กับหน้าไม่ได้ค่ะ   

fasio บางคนอาจคิดว่าใช้ยาก แต่เราชอบเพราะมันไม่ค้องใช้สำลีให้เปลืองอ่ะค่ะ สามารถใช้นิ้วของเรานี่แหละเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดได้ชะงักนัก แต่มันมี trick เล็กน้อยในการใช้

  1. หน้าและมือต้องแห้งสนิท กด oil ออก มาในปริมาณที่ต้องการ ขอเราล้างที่ตาอย่างเดียว 1 ปั้ม  ก้มหน้าให้ขนานกับอ่างล้างหน้า ลดการแสบตาได้(fasio เราใช้วิธีนี้ไม่แสบเลย แต่กับ biore/lancome ทำอย่างนี้ก็ไม่หยุดแสบตา)
  2. วางนิ้วที่ตาค้างไว้ประมาณ 20 วินาที เริ่มหมุนวนจากหางตามาที่หัวตา นวดไปเรื่อยๆจนรู้สึกว่าขนตาอ่อนนุ่มลงเพราะไม่มีมาสคาร่าเกาะตัวแล้ว
  3. เปิดน้ำให้มาผสมกับ oil ที่มือ oil จากสีใสจะกลายเป็นสีขาวน้ำนม
  4. นวดที่ตาต่อ จนคิดว่าสะอาดดีแล้วค่อยล้างออก ทุกอย่างจะหายไปโดยที่ขนตาไม่ร่วงด้วย
    impress ic  ล้าง mascara ได้ดีกว่า biore ช่วงแรกล้างทั้งหน้าไม่แพ้ หลังๆ ผ่านไป 1 สัปดาห์ เกิดอาการ แต่มัน work more กับ สิวเสี้ยนมาก นวดวันเว้นวันหน้าแห้งมือแห้งแล้วนวดวน ผิวจะเรียบขึ้นสิวเสี้ยนหายไป ตัวนี้เลยใช้สำหรับสิวเสี้ยนค่ะ

lancome ถึงผลการการทดลองกับ eye liner จะดูดีแต่เวลาใช้กับหน้ามันเหมือนมีอะไรมาเคลือบหน้าเหมือนล้างไม่สะอาด ล้างเครื่องสำอางค์ที่ตา อย่างมาสคาร่าแทบไม่ออกเลย และแสบตาสุดๆ มันไม่ไหวจะเคลียร์เลยค่ะ และทำหน้าเราขึ้นสิว ><

สรุป ตัวที่คุ้มค่าสมราคาที่สุดคือ Fasio ค่ะ ชนะมาสคาร่าทุกยี่ห้อ และควรมี impress ไว้นวดสิวเสี้ยน ^^ มันเริ่ดมากกกกกก

ไปก่อนนะคะ ไว้จะมารีวิวตัว set ผมดัดค่ะ กำลังลองหลายๆแบบอยู่ค่ะ

รีวิว Coffret d’or curving impact mascara

ชื่อผลิตภัณฑ์ Coffret d’or curving impact mascara

ราคา ประมาณ 900 บาท

อายุการใช้งานประมาณ 5 เดือน

เนื้อผลิตภัณฑ์ ไม่เป็นก้อน ปัดง่ายเรียงเส้นสวย มี 2 ด้านเป็นเบสสีขาวสำหรับต่อขนตาให้ยาว แล้วใช้ด้านสีดำปัดให้งอนงาม

ความคงทน อยู่ได้ทั้งวันไม่มีตกเลย

แพนด้าไหม? ไม่เลยค่ะ

ล้างออกง่ายไหม? ง่ายกว่า fasio และ majolica ใช้ oil ล้างได้สบายๆ

ให้คะแนน 8 เต็ม 10 หักที่ราคาแพงไปหน่อยค่ะ นอกนั้นประทับใจมากเลย

รีวิว LOTREE Rosa Davurica Loose Powder No.21

คุณสมบัติ :

สี No.21 ผิวขาว (ประมาณเบอร์ 1 ถึง 1.5 ค่ะ)

ปริมาณ 25g. (ขนาดปกติ) พร้อมตลับพิเศษแบ่งพกพา

made in KOREA

แป้งฝุ่นสุดหรูสูตรควบคุมความมันเป็นเลิศ พร้อมบำรุงผิวในตัว เนื้อฝุ่นบางเบาฉาบเคลือบผิวบางเบาปกปิดในระดับสูงดุดจการห่อหุ้มด้วยกำมะหยี่ ช่วยให้ผิวหน้าเนียนเรียบผ่องสว่าง เหมาะสำหรับผิวมันโดยเฉพาะ ละอองฝุ่นจะช่วยดูดซับความมันบนผิวและคงความสมดุลย์ให้ผิวในขณะเดียวกัน ให้ผิวรู้สึกเบาสบายคงไว้แต่ความเปล่งปลั่ง เนื้อแป้งนุ่มละเอียด บางเบาดุจขนนก ผสานคุณค่าจากพืชสมุนไพร ที่ช่วยปกป้องผิวจากความแห้งตึง ให้สัมผัสนุ่มสบายผิว มอบการปกปิดบางเบาแต่ล้ำเลิศ ผิวสวยกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ เหมาะที่จะใช้ทุกครั้งที่แต่งหน้ายามเช้าและเติมระหว่างวัน


ดูของจิงกันหน่อย

ฝาเป็นแบบดึงขึ้น โง่อยู่นาน บิดอยู่นั่นแหละ ดีไม่พัง พอดีใช้แต่ที่ฝาหมุนๆมาตลอดเลย
เขิลลลมาก สุดท้ายน้องชายเปิดให้ อายเค้ามั้ยนั่น เง้อ!!


ตัวพัฟเป็นสีม่วง มีกลิ่นสมุนไพรด้วย ถือวันนุ่มโอเคเลยค่ะหลังลองใช้


มีตลับเล็กๆมาด้วย ไว้แบ่งพกพาด้วย สวยกิ๊ก  เอิ้กๆ แต่คิดว่าคงเก็บไว้ไม่ได้ใช้
ระหว่างวันใช้แต่แป้งพัฟ กลัวหกอ่ะค่ะ

ดูข้างในกันดีกว่า ให้ชัดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แป้งมานทำให้ผ่องขึ้นจิงๆค่ะ WOW…wow


ผลการใช้ตลอดวัน : หลังจากผ่านไป 5 ชม. มันตรงจมูกอ่ะค่ะ แต่ก็ยังพอดูได้ ไม่ถึงกับแย่มาก เท่าที่ดูมีวิ้งมีเล็กน้อย ไม่ปกปิดอะไรเลย คนหน้าใสๆ เหมาะที่จะใช้ เพราะเบาบาง ให้ผิวได้หายใจ ที่สำคัญมีส่วนผสมของสมุนไพร บำรุงผิว

สิ่งที่ถูกใจคือแป้งสีเข้ากับผิวหน้าเลย  Kate ใช้แล้วหมอง เศร้ามากๆ
ให้คะแนน 8.5/10 หักที่ต้องซื้อในเนท ตากแดดร้อนๆไปโอนเงิน

Review-ที่บำรุงขนตาที่เคยใช้มา 3 ยี่ห้อ+จัดอันดับ

เริ่มใช้ที่บำรุงขนตา เพราะขนตาแถวหัวตาหายไปเป็นแถบ เพราะที่ดัดขนตาราคาถูก ตอนนั้นเป็นอารายที่ช้ำใจมาก เลยตัดใจซื้อที่ดัดขนตา shu ราคาแพงมาดามใจ เหอๆ ณ ตอนนั้นไม่รู้จาหันหน้าไปพึ่งใครเมื่อขนตาหายเลยหันหน้าเข้าหาเพื่อนสาวแสนดีห้องโภชฯหรือโต๊ะเครื่องแป้งในปัจจุบัน เลยได้รู้จักกับที่บำรุงขนตา สาวๆกล่าวขานว่าช่วยให้ขนตายาวเร็วขึ้น….นี่แหละที่ต้องการ ให้ไวๆจัดมา แล้วก็บอกอีกว่าทำให้ขนตาแข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมาสคาร่ากันน้ำล้างยากทั้งหลาย ซึ่งตัวเราเองใช้ fasio ค่ะ ล้างยากอยู่เราก็ล้างด้วย oil ออกหมดแต่ก็กลัวขนตาจะอ่อนแอเหมือนกัน นอกเรื่องไปไกลกลับมาที่จารีวิว 5555
P.s.เอารูปมาจากในเนทนะคะ
ตัวแรกที่ใช้ 1.the face shop

 
รูปลักษณ์สวยงาม ราคาซื้อในเนท 200 .- กว่าๆ ตัวแปรงแอบแข็งกลัวจิ้มตา ได้มาก็ลองใช้ทาเช้า ทาเย็น งดมาสคาร่าชั่วคราว ทาเข้าไป จนกว่าจะหมดแรงทา 55555 ผลคือยาวขึ้นจิง 2 สัปดาห์เห็นเลยว่าขนตายาวขึ้น เวลาใช้ที่บำรุงขนตาจะสังเกตที่ขนตาล่างเพราะธรรมดามันจาไม่ยาวอยู่แล้ว พอใช้แล้วยาวขึ้นจิง แถมด้านบนก็หนาด้วยเส้นขนตาเพิ่มมากขึ้น สุดท้ายที่หลุดไปก็กลับมาเป็นขนตาแบบเดิม ดีใจมาก แต่แอบสังเกตว่ามันขึ้นมาไม่เหมือนเดิม ขึ้นมาต่ำกว่าแผงขนตาปกติ ณ ตอนนั้น แอบโกรธที่ดัดขนตาที่ทำให้ขนตาขาด ผ่านมา 2 ปีแล้ว ตอนนี้ขนตากลับมาเป็นแผงเรียงตัวเหมือนเดิม(ค่อยโล่งอกหน่อย)
 

ราคา:200.-กว่าๆ
ข้อดี: ซื้อมาแล้วก็ยาวจริง ปริมาณเยอะใช้ได้นานดีค่ะ ราคาสบายกระเป๋า
ข้อเสีย : ใช้ไปเรื่อยๆฝาสีขาวๆพัง เพราะเวลาปิดต้องแน่นหน่อยกลัวหก แต่ก็ไม่น่าพังง่ายขนาดนี้ออกแรงนิดเดียวเอง ละก็เป็นน้ำปัดมากๆเข้าตา แสบตาอ่ะค่ะ แม้จะเยอะแต่ก็ใช้ได้ไม่นานเพราะซัก 2-3 เดือนมีตะกอนด้านล่างเต็มเลยมีขนตาลงไปด้วย น่ากลัวมาก ทนใช้ไม่หมดทิ้ง หลังจากหยุดใช้ขนตากลับมาบางเหมือนเดิม กลับสู่สามัญ 5555

2.Max Growth


อันนี้แอบแพงซื้อจากในเนทเหมือนกันค่ะ ราคา 300 ปลายๆถึง400 ขวดนิดเดียวเอง โฆษณาว่า 21 วันยาว หนา ขึ้น พอใช้หลังจากที่เราขนตาบางลงเพราะคืนสู่สภาพปกติ 5555555 ได้ผลเหมือนตอนใช้ face shop 2 สัปดาห์ถึงยาวขึ้นแบบเห็นได้ชัด หัวแปรงเล็กดีค่ะเข้าถึงขนตาแถวหัวตากับหางตา แต่แอบจับยากอยู่ และบางครั้งก็ผสมโรงกับ eye cream ทำเราแสบตาเหอๆ มันเหลวอีกแล้ว ใช้ไป 3-4เดือนน้ำจากใสๆเริ่มขุ่นมีขนตาเข้าไป(อีกแล้ว) แต่ก็รู้สึกว่าขนตาหนาขึ้น Ok เลย
ราคา:300 ปลายๆถึง400
ข้อดี: ยาวขึ้น ขนตาแข็งแรงขึ้น
ข้อเสีย : แพงค่ะนิดเดียวเอง ละก็ใช้ไปเรื่อยๆ ขุ่นๆ+มีขนตา ดูซกมกไงไม่รู้เหอๆ

3.Renovator Eye Lash ของ Oriental princess

อันนี้ซื้อมาเพราะความบัญเอิญ ชิ้นที่ 2 ลด 50% และอันเก่าเริ่มขุ่นหน้าตาหน้ากลัวไม่เหมาะกับการใช้เลย เหอๆ ราคาจิง 200 กว่าๆค่ะ คราวนี้มาเป็นเนื้อเจล มานจาไม่ไหลเข้าตาให้แสบอีกแล้ว 55555 แปรงใหญ่ดีดูในรูปเล็กนะคะ ตัวแปรงเหมือนวงรีแบนๆชอบกว่าอันก่อนๆ พอปัดเสร็จจาแข็งขึ้นเล็กน้อยเพราะเป็นเนื้อเจลแต่ก็รู้สึกดี แสดงว่าทาพอแล้ว อันนี้ผลลัพธ์มาเร็วเกินคาด 3 วันเองขนตาล่างยาวผิดปกติ ข้างบนหนาขึ้น แต่หลังจากนี้ 3 เดือนไม่รู้น้ำข้างในจะเป็นยังไงนะคะ package ไม่ใส คงจาอัปเปหิออกไปเอง ตอนนี้ก็ใช้ให้สะใจไปเลย ปัดเข้าไป ปัดๆๆๆ 5555
ราคา:200 ต้นๆ
ข้อดี: ยาวเร็วทันใจ เหมาะกัยคนที่เจอเหตุการณ์ขนตาหายไปเป็นแผง แล้วใจปิ๋วเหมือนเราในอดีต เพราะยาวทันใจนี่เอง ที่สำคัญ หาซื้อง่าย oriental  princess shop ทั่วไป ไม่ต้องเดินไปโอนเงิน
ข้อเสีย : ยังหาไม่เจอเพราะข้อดีทำให้ตาบอดเหมือนความรัก(เว่อร์มาก – . -)

ทิ้งท้ายค่ะถ้าให้จัดอันดับ
1.Renovator Eye Lash ของ OP ถูกและเห็นผลไว
2.the face shop แม้ผลลัพธ์จาสู้ max growth ไม่ได้แต่ราคารับไหวไม่เว่อร์เกินเลยชนะไปฉิวเฉียด
3.max growth เอาไปที่โหล่ อย่าได้แอ้มเงินช้าน (ตั้งแต่เจอ op ไปเลยไม่ง้อ 5555 อกตัญญูเปล่าเนี่ย)

ขอจบรีวิวเพียงเท่านี้หวังว่าจาเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่านเมื่อเจอะประสบการณ์ขนตาขาดเฉีบพลันแล้วไม่รู้จาหันหน้าไปพึ่งใคร ที่บำรุงขนตาช่วยท่านได้ แล้วแต่จาเห็นสมควรนะคะว่าจาซื้อตัวไหนดี แล้วพอเริ่มใช้จาหยุดไม่ได้อีกเลยเพราะเห็นขนตาหนาๆก็ดีกว่าของเดิมที่มีอยู่ไม่อยากให้หายไปไหน หาเรื่องเสียตังค์อีกแระ ไปแล้วนะคะ เม้นกันเยอะๆ ไว้คราวหน้าจามา review lip gloss มีในกรุหลายอยู่ค่ะ เจอกันเร็วๆนี้ค่ะ